ตอนอยู่ ม.4 นั้น ผมอยู่ชมรมค่ายอาสาพัฒนา ซึ่ง ชมรมนี้ มีกฎข้อบังคับว่า นักเรียน ที่สังกัด

อยู่ชมรม จะต้องเข้าร่วม ค่ายของชมรม มิฉะนั้น จะถือว่าไม่ผ่านชมรม และ ระยะเวลา ที่เข้า

ค่ายคือ 10 วัน แถมๆ ยังเป็น ตอนปิดเทอม อีกด้วย...

( เหอะๆ!!! ทุกวันนี้ ผมยังนึกไม่ออกเลยว่า ผมหลงผิด มาเข้าชมรมนี้ ได้ยังไง )

( แบบ!!! เพื่อนสนิทของผม หรือ ผู้ ญ (สวยๆ) ไม่มีใครอยู่ในชมรมนี้เลย แม้แต่ คนเดียว )

( และ อาจารย์ ชมรมนี้ ก็ดุ๊ดุ แถมยังใจร้ายนิดๆอีกด้วย )

     ตอนนั้น ชมรมค่ายอาสาฯของผม ก็ไปตั้งค่ายที่ หมู่บ้านของชาวคริสต์ ใน จังหวัด นครปฐม

( มั้งนะ!!! ถ้าจำไม่ผิดอะ... )

ซึ่ง ทันทีที่ พวกผม ลงมาจากรถทัวร์ ก็มี น้องนิโคล เดินออกมาต้อนรับพวกผม อย่างอบอุ่น...

 

 

( เหอะๆ!!! )

( แบบว่า คนในหมู่บ้านนี้ ส่วนใหญ่ มีอาชีพเลี้ยงโคอะนะ... )

    ส่วนบรรยากาศในหมู่บ้านนี้ ก็ถือว่าดีมากเลย เนื่องจากพวกผมนั้น สามารถสัมผัสธรรมชาติ

กันได้ อย่างใกล้ชิด  เพราะ หมู่บ้านนี้ ไม่มีทีวี และ สัญญาโทรศัพท์มือถือเลย เท่านั้นยังไม่พอ

พวกผม ยังต้องกางเต็นท์นอนกันอีกด้วย...

( เหอะๆ!!! ขอพูดอีกทีว่า ทุกวันนี้ ผมยังนึกไม่ออกเลยว่า ผมหลงผิด มาเข้าชมรมนี้ ได้ยังไง )

     และ วันแรกของค่ายนั้น เวลาส่วนใหญ่ เราหมดไปเพราะ การเดินทาง การขนของลงจากรถ

การกางเต็นท์  ซึ่ง กว่าจะเสร็จทุกอย่างที่กล่าวมา ก็เล่นซะหัวค่ำเลย...

     จากนั้น อาจารย์ ก็เรียกพวกผม มาประชุมกันว่า จะแบ่งพวกผม เป็น 2 กลุ่ม

ซึ่ง กลุ่มที่ 1 จะให้ไปอาศัย อยู่กับ บ้านของชาวบ้าน และ กลุ่มที่ 2 จะให้อาศัยอยู่ที่ค่าย

     โดย มีจุดประสงค์ ที่ทำอย่างนี้ คือ...

ต้องการให้ กลุ่มที่ 1 ได้สัมผัสชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้าน ว่าพวกเขาใช้วิถีชีวิตความเป็นอยู่

กันอย่างไร และ ต้องการให้กลุ่มที่ 2 ฝึกความเป็นผู้นำ และ ความรับผิดชอบ ในค่าย เนื่องจาก

ที่ค่ายนั้น ต้องจัดกิจกรรม ต่างๆ ให้เด็กในหมู่บ้าน ที่มีกันมากกว่า 100 คน โดย กิจกรรมหลักๆ

ก็คือ ป้อนอาหารกลางวันเด็ก และ การแสดง ละครเวที แล้ว เมื่อผ่านไป 5 วัน ก็จะให้ 2 กลุ่มนี้

มาสลับเปลี่ยนหน้าที่กัน...

     ส่วนตัวผมนั้น ถูกจับมาอยู่ใน กลุ่มที่ 2 นั้นคือ กลุ่มที่อาศัยอยู่ที่ค่าย

( ตัดสินกันโดยการจับสลากนิ )

ซึ่ง ตลอดเวลาที่อยู่ในค่าย ตัวผมนั้น แทบจะไม่ได้ทำอะไรเลย นอกจากล้างจานอย่างเดียว

แบบ เด็กมันมี 100 กว่าคนอะนะ ล้างกันที ก็ปาไป ชั่วโมงครึ่ง ถึง 2 ชั่วโมงเละ

( และที่สำคัญ มีคนล้างจานในค่าย มีแค่ 4 คนเอง )

( ด้วยเหตุผล ของ อาจารย์ชมรม ที่ว่า จะมีคนล้างจานเยอะไปไหน... ) 

( เหอะๆ!!! ตอนนั้น ผมไม่ตายคากาลามังก็บุญเละ )

     และ ในค่าย ก็มีความซวยมาเยือนผมบางครั้งนึง นั้นคือ ผมถูกจับให้เป็นหางเครื่องบนเวที

ตอนแสดงละครเวที ให้เด็กดู ตอนนั้น ผมถูกบังคับให้ใส่ ชุดหางเครื่องผู้ ญ กากเพชร สีชมพู

( ไม่รู้!!! อาจารย์ท่านใด เป็นคนเอาชุดหางเครื่องนี้มา... )

( แบบว่า!!! ชุดมันอุบาทว์จิตมั่กๆอะ...)

     เท่านั้นยังไม่พอ ความซวยของผม ยังไม่หมดเท่านี้ เพราะตัวผมนั้น ยังถูกจับให้เป็นคนเต้น

ตรงกลางเวทีอีก ด้วยเหตุผลที่ว่า นมผมนั้น ไม่เหมือนชาวบ้านเขา  เนื่องจาก คนที่ถูกบังคับให้

เป็นหางเครื่อง เหมือนผมนั้น นมพวกมัน เป็นลูกเทนนิสกัน มีผมคนเดียวที่ นมเจือกเป็นลูก

ปิงปอง เพราะตอนนั้น ลูกเทนนิส ที่เอามาหมด

     และ นี่คือ คำพูดบางส่วนของอาจารย์ ที่คิดการแสดงนี้...

“เฮ้ยๆ!!! เอ็งอะๆ...ยืนเต้นอยู่ตรงกลางเละกัน ก็ นมเอ็งอะ เล็กกว่าชาวบ้านเขานี่...”

“เต้นอยู่ริมๆ ไม่ได้หรอก การแสดงจะเสียสมดุลหมด”

“เพราะมันจะไม่บาร์ล้านๆกัน...”